ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีรับมือที่ถูกต้อง

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เกิดจากอะไร?
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจออาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มฟิตหุ่น หรือแม้แต่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็ยังเจออาการนี้ได้อยู่เสมอ ความรู้สึกตึง เจ็บ หรือเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นอาจทำให้หลายคนสงสัยว่าเกิดจากอะไร บางคนกังวลว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรง ขณะที่บางคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

บทความนี้ ห้าม้าโอสถ จะช่วยอธิบายให้เข้าใจว่า ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เกิดจากอะไร ปวดกี่วันหาย และควรแก้ยังไงให้ถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม ลดความกังวล และกลับมาออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
คลิกเลือกอ่านหัวข้อ

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เกิดจากอะไร?

อาการ ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานหนักกว่าปกติ ทำให้เกิดการฉีกขาดเล็ก ๆ ของเส้นใยกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่ร่างกายจะซ่อมแซมและทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนเจอหลังจากใช้ร่างกายอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกายใหม่ หรือเพิ่มความหนักของการฝึกมากกว่าที่ร่างกายเคยชิน ความจริงแล้วอาการปวดนี้มีสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

  • DOMS (Delayed Onset Muscle Soreness) : อาการปวดกล้ามเนื้อที่มักเกิดขึ้นหลังการออกกำลังกายประมาณ 12–24 ชั่วโมง และจะชัดเจนที่สุดในช่วง 24–72 ชั่วโมง อาการนี้เกิดจาก การฉีกขาดเล็ก ๆ ของเส้นใยกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและทนทานขึ้นในครั้งต่อไป
  • การฉีกขาดเล็ก ๆ ของเส้นใยกล้ามเนื้อ : เมื่อเราออกกำลังกาย โดยเฉพาะการฝึกที่ใช้แรงต้าน เช่น การยกน้ำหนักหรือการวิ่งลงเขา กล้ามเนื้อจะต้องทำงานหนักจนเกิดการฉีกขาดในระดับจุลภาค การซ่อมแซมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากล้ามเนื้อ และถือเป็นกระบวนการปกติที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • การสร้างกรดแลคติก : หลายคนเข้าใจว่าอาการ หลังออกกำลังกาย ปวดกล้ามเนื้อ มาจากการสะสมของกรดแลคติก แต่ในความจริง กรดแลคติกมักถูกสลายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย ดังนั้นปัจจัยนี้ไม่ใช่สาเหตุหลักของการปวดแบบยาวนาน แต่จะสัมพันธ์กับความล้าและแสบกล้ามเนื้อมากกว่าทันทีหลังการฝึก

คุณควรทำความเข้าใจก่อนว่า ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายที่ปกติ หรือการบาดเจ็บรุนแรง

  • ปวดกล้ามเนื้อปกติ :รู้สึกตึง เจ็บหน่วง ๆ หรือเมื่อยล้า มักเกิดขึ้นหลังออกกำลังกาย 1–2 วัน และจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3–5 วัน
  • การบาดเจ็บรุนแรง :หากมีอาการปวดเฉียบพลัน เจ็บแหลมเหมือนถูกแทง ร่วมกับบวม แดง หรือช้ำ อาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อฉีก เส้นเอ็นอักเสบ หรือข้อต่อเสียหาย ซึ่งควรรีบพบแพทย์ เพื่อประเมินอย่างถูกต้อง

การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าอาการ ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เป็นเพียงกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ หรือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย กี่วันหาย?

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย กี่วันหาย?

คำถามที่หลายคนสงสัยบ่อยคือ ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายกี่วันหาย คำตอบคือ อาการปวดกล้ามเนื้อที่เกิดจาก DOMS (Delayed Onset Muscle Soreness) มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2–5 วัน โดยอาการจะเริ่มหนักที่สุดในช่วง 1–2 วันแรก หลังจากนั้นความเจ็บปวดจะค่อย ๆ ลดลงจนหายไปเองตามกลไกการซ่อมแซมของร่างกาย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการหาย

แม้อาการ หลังออกกำลังกายปวดกล้ามเนื้อ จะหายเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ความเร็ว หรือช้าของการฟื้นตัวก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ความหนักของการออกกำลังกาย : หากเป็นการฝึกที่ใช้แรงมากหรือเล่นท่าที่ไม่คุ้นเคย อาจทำให้ปวดนานกว่า 5 วัน
  • ประสบการณ์และความฟิตของร่างกาย : ผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มักฟื้นตัวได้เร็วกว่า ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น
  • การพักผ่อนและโภชนาการ : การนอนหลับเพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีน จะช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • การดูแลหลังการออกกำลังกาย : การยืดเหยียดเบา ๆ การประคบร้อน/เย็น และการเคลื่อนไหวแบบเบา ๆ

อาการแบบไหน ควรพบแพทย์

โดยปกติแล้วอาการ ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย จะหายไปเอง แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • ปวดรุนแรงจนไม่สามารถขยับ หรือใช้งานกล้ามเนื้อได้
  • มีอาการปวดเกิน 7 วันโดยไม่ทุเลา
  • ร่วมกับอาการบวม แดง หรือช้ำผิดปกติ
  • รู้สึกเจ็บแหลมเฉียบพลันในระหว่างออกกำลังกาย
  • ได้ยินเสียง “ป๊อก” หรือ รู้สึก “กล้ามเนื้อฉีก” ระหว่างออกกำลังกาย ร่วมกับอาการปวดทันที

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย แก้ยังไง?

ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย แก้ยังไง?

อาการ ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย มักเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกายหรือคนที่มีประสบการณ์มานานแล้ว ความรู้สึกปวดตึงอาจทำให้กังวล หรือไม่สบายตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถดูแลและบรรเทาได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ดังนี้

วิธีดูแลเบื้องต้น

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ : ร่างกายต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ การนอนหลับอย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปได้เร็วขึ้น
  2. ประคบเย็นหรือร้อน : หากเพิ่งออกกำลังกายใหม่ ๆ แนะนำให้ประคบเย็น เพื่อลดการอักเสบ แต่ถ้าอาการปวดเกิดหลังจาก 24 ชั่วโมง การประคบร้อนจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและบรรเทาความตึงได้ดี
  3. ยืดเหยียดเบา ๆ : การทำ Stretching แบบอ่อนโยนจะช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่น
  4. ดื่มน้ำมาก ๆ และกินอาหารโปรตีน : น้ำช่วยให้การขับของเสียและกรดแลคติกออกจากร่างกายดีขึ้น ส่วนโปรตีนช่วยซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดเล็ก ๆ

การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยบรรเทา

ในบางครั้งการใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางก็ช่วยให้ อาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ดีขึ้นได้ ได้แก่

1. ครีมบรรเทาแก้ปวดเมื่อย  : การใช้ครีมแก้ปวดเมื่อย ช่วยลดความตึงและเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย

ยาน้ำมันสมุนไพร

2. ยาน้ำมันสมุนไพร :  ยาน้ำมันสมุนไพร หรือน้ำมันเลียงผา มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันระกำ, เกล็ดสะระแหน่, การบูร, พิมเสน หรือน้ำมันเขียว ที่ช่วยลดการอักเสบ รวมถึงสามารถใช้ บาล์มเจลสมุนไพร ตราห้าม้า ที่ผสานพลังสมุนไพรไทยแท้ในรูปแบบเจลใส เป็นตัวช่วยสารพัดประโยชน์ ทั้งบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อตามร่างกาย

3. สเปรย์คลายกล้ามเนื้อ : ใช้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรเทาอาการอย่างรวดเร็ว

การฟื้นฟูด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ

แม้จะปวดกล้ามเนื้อ แต่การขยับร่างกายอย่างเหมาะสมจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและฟื้นฟูเร็วขึ้น ได้แก่

  1. เดินเบา ๆ : กระตุ้นการไหลเวียนเลือดโดยไม่เพิ่มแรงกดต่อกล้ามเนื้อมากเกินไป
  2. ว่ายน้ำ : แรงต้านจากน้ำช่วยบริหารกล้ามเนื้ออย่างอ่อนโยนโดยไม่เพิ่มแรงกระแทก
  3. โยคะหรือ Stretching: ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น คลายความเกร็ง และทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

เคล็ดลับคือ อย่าหยุดการเคลื่อนไหวไปเลย แต่ให้เลือกกิจกรรมที่เบา และไม่กดดันกล้ามเนื้อมากเกินไป เพียงเท่านี้ก็สามารถบรรเทาอาการปวดและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

วิธีป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย

แม้ว่า ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย จะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและถือเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อกำลังปรับตัว แต่ก็สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของอาการได้ หากมีการเตรียมความพร้อมและดูแลร่างกายอย่างถูกวิธี

  1. การวอร์มอัพและคูลดาวน์
  • วอร์มอัพ (Warm-up) : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อพร้อมต่อการใช้งาน ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ
  • คูลดาวน์ (Cool-down) : หลังออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับกลับสู่สภาวะปกติ ลดการคั่งของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ และช่วยให้ อาการปวดกล้ามเนื้อ เบาลง
  1. เพิ่มระดับความหนักทีละน้อย (Progressive Overload)

การเร่งเพิ่มน้ำหนักหรือความหนักของการออกกำลังกายเร็วเกินไปเป็นสาเหตุหลักของ กล้ามเนื้ออักเสบหลังออกกำลังกาย ดังนั้นควรใช้หลัก Progressive Overload คือเพิ่มความหนักหรือจำนวนครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวและฟื้นฟู

  1. จัดตารางพักฟื้น (Rest Day)

การเร่งเพิ่มน้ำหนักหรือความหนักของการออกกำลังกายเร็วเกินไปเป็นสาเหตุหลักของ กล้ามเนื้ออักเสบหลังออกกำลังกาย ดังนั้นควรใช้หลัก Progressive Overload คือเพิ่มความหนักหรือจำนวนครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวและฟื้นฟู

  1. โภชนาการที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

อาหารมีบทบาทสำคัญต่อการลด อาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย โดยเฉพาะ

  • โปรตีน เช่น เนื้อปลา ไข่ หรือโปรตีนจากพืช ช่วยซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดเล็ก ๆ
  • คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันฝรั่ง หรือโอ๊ต ช่วยเติมพลังงานให้กล้ามเนื้อ
  • วิตามินและแร่ธาตุ เช่น กล้วย อะโวคาโด หรือถั่วต่าง ๆ ช่วยลดการเกร็งและตะคริว

การป้องกันที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บปวด แต่ยังทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้คุณสามารถฝึกได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด

สรุป รับมืออาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายอย่างถูกวิธี

อาการ ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็สามารถเผชิญได้เช่นกัน โดยส่วนมากถือเป็นสัญญาณการฟื้นฟูและปรับตัวของร่างกาย ไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่ก็มีวิธีบรรเทาอาการได้ ทั้งการพักผ่อน การประคบ ยืดเหยียดเบา ๆ รวมถึงการดูแลโภชนาการอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดไม่ดีขึ้นภายใน 5–7 วัน หรือมีอาการบวม แดง เจ็บแหลม ๆ หรือปวดจนไม่สามารถขยับได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างถูกต้อง

หากคุณสนใจบทความให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร Hamar เรารวบรวมความรู้และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่คุณไว้วางใจ

สนใจสั่งซื้อสินค้า ยาดมสมุนไพร ยาหอมเทพจิตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายกี่วันหาย?

A: โดยปกติอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน2–5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ระดับความหนักของการออกกำลังกาย และการดูแลตัวเองหลังออกกำลังกาย

A: คุณสามารถบรรเทาอาการหลังออกกำลังกาย ปวดกล้ามเนื้อ ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว
  • ประคบเย็นช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการอักเสบ
  • ประคบร้อนหลัง 24 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
  • ยืดเหยียดเบา ๆ (Stretching) ลดความตึงและเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับของเสียและสารที่ทำให้ปวดกล้ามเนื้อ

กินอาหารที่มีโปรตีนสูง เพื่อซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อ

A: หากคุณมีอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ที่ผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีในกรณีดังนี้:

  • ปวดรุนแรงจนไม่สามารถขยับ หรือใช้งานกล้ามเนื้อได้
  • อาการปวดเกิน7 วัน โดยไม่ทุเลา
  • มีบวม ช้ำ แดง หรืออักเสบ ร่วมด้วย
  • ปวดแบบเฉียบพลันร่วมกับได้ยินเสียง “ฉีก” หรือ “ป๊อก” ระหว่างออกกำลังกาย

การสังเกตสัญญาณเหล่านี้ช่วยให้คุณแยกอาการปวดกล้ามเนื้อปกติจากการบาดเจ็บรุนแรงได้อย่างชัดเจน และป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาว

คลิกเลือกอ่านหัวข้อ
แบ่งปันสาระน่ารู้ทาง :

ผลิตภัณฑ์ของเรา

ยาหอมสมุนไพรเทพจิตรตราห้าม้าสรรพคุณแก้ลมบำรุงหัวใจ ขนาด 30 เม็ด
แก้ลม บำรุงหัวใจ

ยาหอมเทพจิตร ตราห้าม้า บรรจุ 30 เม็ด (24 หลอด/แพ็ค)

ยาดมสมุนไพรไทยตราแม่กุหลาบห้าม้าสรรพคุณแก้ลมวิงเวียน ขนาด 15 กรัม
แก้ลมวิงเวียน

ยาดมสมุนไพร ตราแม่กุหลาบห้าม้า ขนาด 15 กรัม

น้ำมันนวดสมุนไพรเสลดพังพอนตราแม่กุหลาบสรรพคุณบรรเทาแมลงกัดต่อย ขนาด 20 ซีซี
บรรเทาอาการแมลงกัดต่อย

ยาน้ำมันสมุนไพรผสมเสลดพังพอน ตราแม่กุหลาบ ขนาด 20 ซีซี

น้ำมันตราเลียงผาเเม่กุหลาบสรรพคุณคลายเส้น ขนาด 20 ซีซี
บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

ยาน้ำมันตราเลียงผา เเม่กุหลาบ ขนาด 20 ซีซี

สาระน่ารู้ที่น่าสนใจ

นอนไม่หลับแก้ได้ด้วยสมุนไพรไทย พร้อมเคล็ดลับสมุนไพรช่วยผ่อนคลาย

รวมสรรพคุณยาหอมเม็ดสมุนไพรเทพจิตรตราห้าม้า พร้อมประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้

วิธีการรับมือ ฝุ่น PM 2.5 ที่มาพร้อมลมหนาว พร้อมเคล็ดลับดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย